"ไวรัสนิปาห์"
1 ใน 3 โรคติดต่ออันตราย ‼‼ตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่ออันตราย พ.ศ.2558การแพร่กระจาย:
1. จากค้างคาว สู่ผลไม้ สู่คน โดยผ่านการกินผลไม้ที่มีรอยแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำตาลสดดิบที่ปนเปื้อนเชื้อ
2. จากค้างคาว สู่หมู สู่คน โดยค้างคาวแพร่เชื้อให้หมูในฟาร์มเปิดและหมูซึ่งเป็นโฮสต์ขยายเชื้อแพร่สู่คนเลี้ยง
3. จากคน สู่คน โดยผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง:
1. สัมผัสสัตว์นำโรค มีประวัติสัมผัสโดยตรงกับค้างคาว ผลไม้ สุกร หรือสารคัดหลั่งของสัตว์เหล่านี้
2. เดินทางจากพื้นที่ระบาด กลับจากประเทศอินเดีย (เมืองโกลกาตา) ภายใน 14-45 วันอาการ : เริ่มแรกจะมีอาการคล้ายไข้หวัด อาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ และอาจเสียชีวิตได้ หากเข้ารับการรักษาช้า ...
ดังนั้น หากมีอาการข้างต้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที
การป้องกัน :
1. ห้ามเสียดายของ ทิ้งผลไม้ที่สงสัย ผลไม้ที่มีรอยสัตว์กัดแทะ รอยเล็บข่วน ให้ทิ้งทันที ห้ามนำมารับประทานต่อ
2. ล้างแกะปอกเปลือกผลไม้เสมอ ควรล้างผลไม้ให้สะอาดทุกครั้ง และควรปลอกเปลือกด้วยตนเองก่อนรับประทาน
3. กินร้อนปรุงสุก 100% รับประทานเนื้อหมูที่ปรุงสุกสนิท และดื่มน้ำตาลสด หรือน้ำอินทผลัมที่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อแล้วเท่านั้น
4. หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยง และสัตว์พาหะ ไม่เข้าไปในถ้ำ ไม่สัมผัสสัตว์ป่วย และไม่เลี้ยงสัตว์ใต้ต้นไม้ที่เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาว
5. ล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ เมื่อสัมผัสกับสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ =>>การล้างมือบ่อยๆช่วยป้องกันโรคที่ดีที่สุด "พื้นฐานสำคัญของการป้องกันโรค"
???????? ขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย (ข้อมูล ณ 2 กุมภาพันธ์ 2569) แต่อาจมีโอกาสระบาดในอนาคตได้
------------------------------ที่มา: กรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์